ทันการณ์'s profileiLLuSioNPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 09

    เรื่องของคน"ตอแหล"

    ก็เพิ่งหัดทำ Blog ครั้งแรกนะไม่รู้ว่าจะทำเรื่องเกี่ยวกับอะไรดีเลยอยากให้เพื่อนๆเรียนรู้เกี่ยวกับคำๆนึงที่ผู้หญิงไม่ชอบใช้แต่ผู้ชายชอบด่า นั่นก็คือคำว่า"ตอแหล"ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ.2525 ได้ให้บทนิยามของคำว่า"โกหก" "ตอแหล"และคำอื่นๆในทำนองเดียวกันไว้ดังนี้
     
    โกหก : จงใจกล่าวคำที่ไม่จริง,พูดปด,พูดเท็จ(มาจากคำบาลีว่า กุหก)
     
    ตอแหล 1 : เป็นคำด่าคนที่พูดเท็จ (มักใช้แก่ผู้หญิง) ช่างพูดและแสดงกิริยาน่ารัก
     
    ตอแหล 2 : เรียกต้นไม้ที่ให้ผลเร็วผิดปรกติ เช่น มะเขือตอแหล
     
    อันสตรีมี"สตรอ"อ๊ะ ๆ...อย่าเข้าใจว่าผมเขียนผิดเพราะผมตั้งใจเขียนว่า"สตรอ"จริงๆแต่หมายถึง"สตรอเบอร์รี่"ไม่ใช่"สะตอ"ที่เป็นพืชผักผลไม้กินเข้าไปแล้วตดเหม็นเหมือนส้วมแตก(ถ้าเข้าห้องน้ำก็จะเหม็นไป7-8บ้าน) ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงใช้คำว่า"สตรอเบอร์รี่"แต่ตามความคิดผมมันคงจะเป็นกิริยาช่อง 2 ของคำว่า"ตอแหล"แล้วทำไมคำว่า"ตอแหล"จึงมักใช้กับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะผู้ชายเวลาโกหกจะไม่มีการสแดงกิริยาน่ารักหรือทำหน้าทำตาให้ดูน่าสงสารเป็นพวกประเภทโกหกหน้าตายถ้าเนียนก็รอดตัวไปถ้าถูกจับได้ก็ตัวใครตัวมัน ฉนั้นเวลาผู้ชายโกหกจึงถูกจับได้ง่ายกว่าผู้หญิงเพราะอย่างหนึ่งในตัวผู้หญิงที่ผู้ชายไม่มีก็คือ"มารยา"และก็จะมีอยู่ในตัวผู้หญิงทุกคน(ขึ้นอยู่กับว่าใครจะดึงมันออกมาใช้มากน้อยแค่ไหน)คำว่า"มารยา"เมื่อมันมารวมกับคำว่าโกหกจึงกลายเป็น"ตอแหล"และเมื่อไหร่ที่ผู้หญิงเค้าได้ยินคำๆนี้ก็จะ แสบเข้าไปถึงทรวง พ่วงไปถึงตับไตใส้พุง ถลุงไปถึงต่อมหมวกไต แล้วไถลไปกระเพาะปัสวะ(รุนแรงจริงๆ หุหุ)เพราะงั้นเราๆผู้ชายอย่าได้พูดคำนี้สุ่มสี่สุ่มห้าเพราะถ้าโดนฝ่ามือมาแล้วอย่าหาว่าผมไม่เตือน อิอิ ความเข้าใจของผมเมื่อก่อนเนี่ยเข้าใจว่าเป็นคำชมเวลาที่ผู้หญิงถูกด่าด้วยคำนี้ก็หมายความว่าผู้ชายพยายามจะบอกเป็นนัยๆว่าเธอน่ารักจัง แต่ไม่ใช่ครับผิดถนัดเคยมีอยู่ทีนึงผมโทรศัพท์ไปจีบสาวถามไปว่าทำอะไรอยู่เค้าบอกว่ารีดผ้าเราบอกว่า"ตอแหล"ไหนบอกจะออกไปหาไรกินเท่านั้นแหละการสนทนาก็จบลงพร้อมกับเสียงสัญญาณ ตู๊ด...ๆ...ๆ ในใจก็งงๆตูเพิ่งเติมเงินไปทำไมมันจะหมดเร็วจังฟะที่ไหนได้พี่แกงอนไม่รับโทรศัพท์ไป3วัน7วันกว่าจะเข้าใจกันหมดค่าส่งข้อความไปเกือบร้อย(เงินเติมมาเกือบหมดเยยตู T_T)จากนั้นมาถึงได้รู้ถึงความรุนแรงของคำๆนี้นี่ขนาดพูดไปเดี่ยวๆนะยังไม่ได้ไปรวมกับคำอีกคำนึงนั่นก็คือคำว่า"อี"และเมื่อไรที่มันมารวมกันกับคำว่า"ตอแหล"เมื่อนั้นมันจะส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าตอนทิ้งระเบิดลงที่ฮิโรชิม่าสมัยสงครามโลกเสียอีก(ว่าไปนั่น 555) ไอ้โรค"ตอแหล"นี่มันรักษาไม่หายครับเหมือนยาเสพติดพอได้ติดแล้วมันก็จะเลิกยากหรือเลิกไม่ได้ เลยอยากจะเตือนๆคุณผู้หญิงทั้งหลายว่า ตอแหละบ้างวันละนิด จิตแจ่มใส แต่ถ้ามากไปและเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆอนาคตจะลำบากเพราะคงไม่มีใครอยากเอาลูก"สตรอเบอร์รี่"มานอนกอด ผมกลัวแค่ว่าพอถึงวันนั้นจริงๆเนี่ยกลัวว่าคุณค่าในตัวเองมันจะไม่เหลือให้ผู้ชายเค้าค้นหาแล้วน่ะสิครับหรือถ้าคิดได้ก็คงจะสายเกินแก้ เพราะฉนั้นก็อยากจะเตือนๆน้องๆหนูๆและที่เลยวัยหนูมาแล้วทั้งหลายยังไงก็เพลาๆความ"สตอเบอร์รี่"ลงบ้างนะครับ เดี๋ยวไม่มีคนมารักแล้วจะยุ่ง และอีกอย่างเนี่ย"ตอแหล"มันก็มีทั้งข้อดีข้อเสียนะครับอย่างเช่นว่าคนที่เป็นคน"ตอแหล"เนี่ยต้องเป็นคนที่ความจำดีมากเพราะว่าต้องจำให้ได้ว่าไป"ตอแหล"อะไรใครไว้และเรื่องอะไรบ้างเพราะขืนจำสลับกันเมื่อไหร่ความซวยก็จะมาเยือนเมื่อนั้นและผมเชื่อนะครับว่าคน"ตอแหล"โดยพื้นฐานเป็นคนจริงใจเพียงแต่ร่างกายไม่รู้จักพอ(เอ๊ะ...ยังไง)จะรักใครหรือทุ่มใจให้ใครก็ไม่กล้าเพราะกลัวว่ากรรมที่ทำมามันจะตามทัน เลยอยากให้เลิก"ตอแหล"และมอบความจริงใจให้กันบ้างอย่างน้อยก็ให้กับตัวเองโลกนี้จะได้ไม่หดหู่ผู้ชายแท้ๆ(ย้ำ....ว่าแท้ๆ)ที่เหลืออยู่จะได้มีชีวิตอยู่กันต่อไป เฮ้อ.........เป็นห่วงจรี๊งๆ..........